Facebook News Feed แบบใหม่ กับความเปลี่ยนแปลงที่นักการตลาดอาจจะอยากรู้

เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา Facebook ก็ได้ออกมาประกาศว่าได้ปรับเปลี่ยนรูปโฉมของหน้า News Feed ใหม่ จากปัญหาเดิมที่ทุกๆ อย่างมากองในหน้า News Feed โดยที่บางเรื่องเราก็ไม่ได้อยากรู้ Facebook ก็เลยจัดการแก้ปัญหาด้วยการทำให้ News Feed มันลดความยุ่งเหยิงเหล่านี้ลง และทำให้เราสามารถโฟกัสในเรื่องของเพื่อน, บุคคล หรือเพจที่เราสนใจได้มากขึ้น และลุคใหม่ของ News Feed ก็จะทันสมัยมากขึ้น ด้วยรูปแบบของข่าว, การจัดวางเลย์เอาต์ และอื่นๆ รวมถึงได้ Look and Feel ที่เหมือนกับในมือถือด้วย ใครที่ชินกะการเล่น Facebook บน mobile ก็จะไม่สับสนกะหน้า Feed แบบใหม่เท่าไหร่ (แต่การปรับเปลี่ยนให้เหมือน mobile นี่ ยังเลือกให้เป็นกับ News Feed เท่านั้นนะฮับ หน้าอื่นยังไม่ได้ผลกระทบเท่าไหร่)

ก็อารัมภบทให้อ่านประมาณนี้ (ใครอยากรู้รายละเอียดว่า Facebook New News Feed เป็นยังไง ให้อ่านได้ที่นี่ Facebook ปรับหน้า News Feed ใหม่ สวยกว่าเดิม, เหมือน Mobile มากขึ้น) ส่วนทีนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด ในการเปลี่ยนแปลง Facebook News Feed ครั้งนี้ฮับ (ทั้งหมดทั้งปวงที่เขียนต่อไปนี้ ถอดความมาจากเอกสารของ Facebook ฮับ)

จะมีสถานที่ที่เพิ่มความมีส่วนร่วม (engagement) ให้กับสารที่เราต้องการจะสื่อมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลง News Feed นั้น นอกจากจะทำให้ลดความยุ่งเหยิงและทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสสิ่งที่ตัวเองสนใจได้มากขึ้นนั้น น่าจะมีผลทำให้ผู้ใช้จมจ่อมอยู่กับ Facebook นานขึ้น และใช้เวลาในการอ่านและมีส่วนร่วมใน News Feed ของตัวเองขึ้น ซึ่งหมายความว่าในทางอ้อม นักการตลาดก็จะมีโอกาสในการเข้าถึงและทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้นนั่นเอง

มีโอกาสที่จะทำให้คอนเทนต์ของเราถูกค้นหาได้ง่ายขึ้น

ด้วยฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกอ่าน Feed ที่ตัวเองสนใจได้ ในส่วนของ Following ที่จะโชว์ในฝั่งขวาของ home page นั้น ผู้ใช้จะสามารถค้นหาคอนเทนต์จากเพจหรือคนที่ตัวเองติดตาม (follow) ได้มากขึ้น และด้วยเหตุนี้จึงทำให้สาร (message) ของเรามีการกระจายออกไปมากขึ้น ทั้งนี้ฟีเจอร์ของการ “จ่ายเงินเพื่อให้คอนเทนต์ตัวเองเด่นเป็นสง่าในแท็บ Following” จะยังไม่เปิดให้ใช้ในช่วงเปิดตัว News Feed แต่ Facebook บอกว่า ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้แน่ๆ ในโอกาสต่อไป

โพสต์จากเพจ, โฆษณา และ Sponsored Stories จะดูสวยงามและแสดงผลใหญ่ขึ้น

ด้วยการรีดีไซน์ครั้งนี้ content เกือบทุกอย่างจะถูกแสดงผลใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโพสต์จากเพจ, โฆษณา และ Sponsored Stories ก็จะมีการแสดงผลที่ใหญ่และมากกว่าเดิม ซึ่งนักการตลาดก็จะสามารถสร้างสรรค์ภาพประกอบให้มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อเข้าถึงผู้คนและดึงดูดให้คนมามีส่วนร่วมได้มากขึ้น นอกจากนี้โฆษณาที่อยู่ฝั่งขวามือก็จะกว้างขึ้น และมี call to action ที่ชัดเจนขึ้น

สิ่งสำคัญ 5 สิ่งที่ควรรู้

1. การเปลี่ยนแปลง News Feed ครั้งนี้ ไม่มีผลในทันที

การรีดีไซน์ News Feed ครั้งนี้ จะปล่อยให้ผู้ใช้จำนวนน้อยมากๆ ได้ลองใช้ในอีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งก็หมายความว่าสิ่งที่เราเคยทำ, สื่อที่เราเคยจ่าย ก็จะยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากการเปลี่ยน News Feed โดย Facebook จะทำการประเมินผลกระทบจากการรีดีไซน์ด้วยตัวชี้วัดประสิทธิภาพต่างๆ รวมถึงประสิทธิภาพของ Page Posts และ paid media ทั้งหลาย ก่อนที่จะตัดสินใจเปิด News Feed ให้ใช้กันถ้วนทั่ว (ก็คือการออกมาประกาศว่าจะเปลี่ยน News Feed ก็เป็นแค่การออกมาบอกว่าแกนไอเดียของการเปลี่ยน News Feed เป็นแบบนี้ แต่ตอนเปิดให้ใช้ทั่วไปจริงก็คงมีปรับเปลี่ยนอีกนั่นเอง) และ Facebook ยังบอกด้วยว่า ในส่วนของ mobile การเปลี่ยนแปลงจะเปิดตัวให้ใช้ในสิ้นเดือนมีนาคมนี้

2. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง News Feed Algorithm

การรีดีไซน์ครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักในการเปลี่ยนแปลงหน้า Feed ส่วนในแง่ของการเลือกหรือเรียงลำดับ stories ใน News Feed นั้นยังคงหลักการเหมือนวันนี้ทุกประการ และในส่วนของ “Following” feed จะแสดง stories ของ Pages และคนที่เรา follow “ทุกโพสต์”

3. assets ที่ใช้สำหรับ Page posts และโฆษณายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

assets ที่เราใช้เพื่อโปรโมต Page post, โฆษณา หรือ Sponsored Stories นั้น ก็ยังทำให้คอนเทนต์เหล่านี้มีสิทธิ์แสดงในหน้า home page เหมือนที่เคยเป็นมา แต่แค่ว่าอาจจะถูกแสดงในรูปแบบที่ต่างกัน เช่น คอลัมน์ด้านขวาที่ใช้โชว์โฆษณาจะกว้างขึ้น ถึงแม้ว่าขนาดของภาพที่แสดงไม่ได้เปลี่ยนอะไร และนอกจากนี้ Facebook อาจจะมีเปลี่ยนแปลงวิธีการแสดง Page posts หรือโฆษณา โดยขึ้นอยู่กับขนาดของ asset ที่เราให้ Facebook เช่น ถ้ารูปใน Page Posts มีขนาดอย่างน้อย 425×157px Facebook ก็อาจจะแสดงออกมาเป็น Page Posts รูปแบบใหญ่ (กว้าง 552px) ใน News Feed หรืออาจจะแสดงในรูปแบบที่เล็กกว่า (กว้าง 526px)

4. บางภาพของ Page posts อาจจะมีคำอธิบายภาพปรากฏอยู่ด้านบนของภาพ

เมื่อผู้ใช้และเพจโพสต์รูป Facebook จะพยายามโชว์คำอธิบายภาพ (caption) ไว้ด้านบนของรูป แต่จะทำก็ต่อเมื่อคำอธิบายภาพนั้นเข้าใจง่าย ชัดเจน, ในรูปไม่มี text และรูปมีความกว้างเพียงพอ (อย่างน้อย 425×157px)

5. Page Like Stories จะโชว์รูป Cover ของเพจนั้นๆ ด้วย

เนื่องจาก Facebook ต้องการให้ News Feed สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ และสามารถมีส่วนร่วมได้ทันทีที่เป็นไปได้ เพราะฉะนั้น Page Like Stories (ทั้งแบบธรรมดาและแบบจ่ายตังค์) จะโชว์รูป Cover ของเพจนั้นๆ เพื่อเพิ่มบริบทของเพจและกระตุ้นให้ผู้ใช้เกิดความชื่นชอบเพจนั้นได้ง่ายขึ้น (เพราะงั้นหลังจากนี้รูป Cover เริ่มสำคัญนะ)

นักการตลาดทั้งหลายก็เอาไปปรับปรุงปรับกลยุทธ์กับการทำการตลาดที่เกิดขึ้นตามสมควรแล้วกันนะฮับ จะยังไงการเปลี่ยนแปลงนี้ก็ไม่ได้มาแบบทันทีให้หัวใจวาย แต่เค้าจะค่อยๆ ปรับแบบค่อยเป็นค่อยไปจ้ะ :h_skip:

Share.

About Author

I come from B612 star, nerd, greedy, moody, lazy, Facebook Development, social Networking. almost Blog in Thai but English OK. ^^

Comments