Major Cineplex กับดราม่า (ไม่เล็ก) ที่ลามทั่วทุ่ง

ชั่งใจอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีไหม เอาเป็นว่าก็เล่าตามสไตล์และก็จบแบบไม่ตกตะกอนเท่าไหร่นะฮับ (ทำไมต้องออกตัวแต่แรก) ก็มาดูกันเลยจ้ะ :h_chr:

จริงๆ ใครที่คร่ำหวอดกับ Facebook (ฮา) ก็น่าจะได้เห็นคลิปนี้ (แชร์กันครึ่งล้านวิวในวันเดียว) ว่าด้วยดราม่าระหว่างลูกค้าที่น่าจะโกรธเรื่องแอร์ไม่เย็น และที่น่าสนใจคือปฏิกริยาโต้ตอบของผู้จัดการสาขา (ในคลิปเค้าว่างั้น) รุนแรงมากๆ (แปลกอยู่อย่างที่คลิปถูกอัปขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 เมษา ไหงเพิ่งมาปล่อยเอาก็ไม่รู้)

..และเนื่องจากผู้จัดการสาขา ถึงจะเป็นมนุษย์มีอารมณ์มีความรู้สึก แต่เนื่องจากอยู่ในโหมดผู้ให้บริการ อย่างน้อยๆ การขึ้นเสียงและอากัปกิริยาหลายๆ อย่างมันก็ไม่สมควรน่ะนะฮับ ชาวเน็ตก็เลยเข้าไปรุมคอมเมนต์ ทั้งโพสต์หน้า Wall และ คอมเมนต์ตามโพสต์ต่างๆ ของเพจ Major Cineplex Group (Thailand) กันยกใหญ่ จนแอดมินก็แก้สถานการณ์เบื้องต้นด้วยการอัปรูป 1 รูป เพื่อแจ้งแถลงไขว่าขณะนี้กำลังส่งเรื่องนี้ไปให้ผู้บริหารรับทราบ ขออภัยมา ณ ที่นี้ งุงิ ครุคริ จุ๊บุ อะไรงี้นะฮับ ซึ่งก็เป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าได้ดีทีเดียว

หลังจากนั้นก็มีแถลงอย่างเป็นทางการว่าได้มีการตรวจสอบเรื่อง สั่งพักงาน และผู้จัดการคนนั้นก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกทันที

เรื่องก็เหมือนจะจบลงด้วยดี จริงๆ ก็ยังมีความโกรธเคืองผสมความอยากแซะของชาวเน็ตอยู่มาก รวมถึงคนที่ไม่พอใจในการบริการของสาขาอื่นก็เข้าไปถล่มในเพจกันเป็นทิวแถว เรียกได้ว่าแอดมินเพจงานนี้คงตอบคำถามกันอ่วมเลยทีเดียว

ประเด็นที่น่าสนใจคือ Side Story (เรียกตาม @icez) ก็คือมีคนตามรอยจากสถานที่ที่ทำงาน และสถานที่เช็กอิน ในที่นี้ก็คือ Major Cineplex น่ะนะฮับ แล้วไปเจอข้อความแบบนี้..

ซึ่งถามว่าคนที่ขุดคุ้ยเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นนั้นได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ คำตอบก็คือไม่ใช่ เพราะโพสต์ทุกโพสต์ถูกตั้งค่า Privacy เป็น Public ซึ่งก็คือมองเห็นได้ถ้วนทั่วนั่นเอง ประเด็นนี้ Major Cineplex ก็ต้องเป็นหนังหน้าไฟให้คนด่าผ่านเพจต่อไปอีกพักนึง (ไม่นานหรอก) จนกว่าคนจะลืม หรือเพจ Major เอง มีการแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงที เพราะยังไงประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องรองไม่ใช่เรื่องหลัก แต่สิ่งที่อยากเอามาขมวดเป็นประเด็นมีต่อไปนี้ฮับ

  • เรื่องดราม่าบน Social Network ของ Major ก็ไม่ได้เป็นเจ้าแรก แต่เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างมีการแก้ไขสถานการณ์ได้ดี (คือแทนที่จะตอบคนที่มาโพสต์หน้า Wall ซ้ำๆ ก็เอามาชี้แจงผ่าน Facebook Page อย่างเป็นทางการไปเลย) และมาตรการที่ลงโทษพนักงานที่แสดงกิริยาไม่ดีดังกล่าวก็ทำได้ออกมาถูกใจมหาชน
  • อย่างไรก็ดีเมเจอร์ก็ยังคงต้องโดนแซะอีกซักพักจนกว่าคนจะลืม
  • ในแง่ของการบริการนั้นพูดยากเสมอทั้งความคาดหวังของผู้มาใช้บริการและ Service Mind ของผู้ให้บริการ คือต้องเข้าใจว่าลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า แต่พนักงานก็ไม่ควรจะยึดถือข้อนี้และแสดงมารยาทที่ไม่สมควร
  • ในแง่ของพนักงานคนอื่นๆ ที่บ่นเรื่องลูกค้าเยอะ นู่นนี่นั่น ถามว่าเอาจริงๆ คนทำงานบริการจะเคยบ่นเคยอะไรกะลูกค้ามั้ย ค่อนข้างเชื่อว่ามากกว่าครึ่งต้องเคย..แต่ระมัดระวังให้ดีหากสิ่งที่คุณคิดมันมีหลักฐานการแสดงออก คำคมที่ว่าก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด หลังพูดคำพูดเป็นนายเรา ยังใช้ได้จริงเสมอ ยิ่งถ่ายทอดอารมณ์ลง Social Network (จริงๆ คือเขียนบล็อกก็เอามาดราม่าได้) คือมันมีหลักฐานให้คนเอามาวิจารณ์ไง
  • ตราบใดที่เราเขียนสถานะว่าเราทำงานให้กับบริษัทไหน ก็ให้พึงระลึกไว้ว่าไม่ว่าจะแสดงออกยังไง ก็จะมีกลุ่มคนบางส่วนตีตราว่า อ๋อ ทำงานที่นี่ นิสัยแบบนี้นี่เอง อะไรแบบนี้อยู่ดี (เหมือนกับหลายๆ คนที่เอาชาติ ศาสนา สถาบัน ที่เรียน มาชี้วัดตัวบุคคล ซึ่งมันเป็นความจริงที่น่ารังเกียจนะ แต่มันมีจริงในสังคมไทยไง)
  • สุดท้าย..การระมัดระวังในการตั้งค่า Privacy ของ Facebook ก็เป็นเรื่องที่ดี อะไรที่ Public มากๆ ก็จะเจอเหตุการณ์แบบนี้ได้นะจ๊ะ แต่ใช่ว่าการปกปิดให้เห็นแค่เพื่อนจะทำให้คุณหลุดรอดไปได้ เพราะถ้าเกิดตัวคุณเป็นชนวนดราม่าอะไรขึ้นมา ก็อาจจะมีเพื่อนผู้หวังดีแคปเจอร์คำพูดเราไปบอกต่อ…ก็…เป็น…ได้…. :hn_maiiii:

ป.ล. แถมท้ายเรื่อง Policy ของ Facebook ข้อที่บอกว่า เมื่อเราพับลิชคอนเทนต์หรือเนื้อหาโดยตั้ง Privacy เป็น Public นั่นหมายความว่าคุณอนุญาตให้ทุกคน รวมถึงผู้คนนอก Facebook เข้าถึงและใช้ข้อมูลนั้น และเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับคุณได้ (แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปใช้รูปโปรไฟล์เค้า อะไรงี้ ละเมิดลิขสิทธิ์กับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลมันคนละเรื่องกันนะจ๊ะ)

Share.

About Author

I come from B612 star, nerd, greedy, moody, lazy, Facebook Development, social Networking. almost Blog in Thai but English OK. ^^

Comments