[กรณีศึกษา] เปลี่ยนข้อความให้เป็นภาพ = Like ?

จริงๆ ก็ไม่อยากเขียนเรื่องนี้มากสักเท่าไหร่ แต่เห็นว่าเป็นเรื่องที่อยากให้เป็นกรณีศึกษากับทุกคนในโลก Social Network ก็เลยมาเขียนให้อ่านกัน (จริงๆ บก.บอกให้ลง :h_poke: ) เรื่องของเรื่องเกิดมันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา อยู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ของนักเล่น Twitter (บางส่วน) ปะทะ เจ้าของ Facebook Pages ชื่อดังจนทำให้เกิดกระแสที่วิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ มากมายบน Twitter ในช่วงนั้นเลยทีเดียว

copy-message

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้นเกิดจากการที่ชาว Twitter เริ่มไม่พอใจ Facebook Pages หลายๆ เพจที่หยิบเอาทวิตต่างๆ ใน Twitter ไปเปลี่ยนเป็นภาพแล้วโพสลงเพจของตัวเองเพื่อเรียกไลค์เข้าเพจ (และมีบางเจ้าพอได้ไลค์มากๆ ก็เปิดพื้นที่โฆษณาในเพจซะเลย) ซึ่งเจ้าของเพจพวกนี้กลับเล่น Twitter แล้วก็มีการเผยแพร่ Account ของเจ้าของเพจออกไป ซึ่งแทนที่เจ้าของเพจจะพูดจาดีๆ กลับแสดงท่าทีที่ไม่สนใจ ทำให้เกิดกระแสแอนตี้เรื่องพวกนี้หนักขึ้นถึงกับทำ Fanpage ล้อเลียนขึ้นมาคือ เพจกูมาก๊อป ในที่สุด เกรินต้นเรื่องมาซะยาว ก็เลยจะขอโฟกัสเรื่อง “การเป็นเซเล็บยังไง ให้ดังเร็ว” ก่อนนะครับ ปัจจุบันมันก็มีวิธีเยอะแยะมากมายที่คุณสามารถเป็นเซเล็บบนโลกออนไลน์ได้ง่ายๆ (เซเล็บ ในที่นี้คือ การเป็นคนดังในสังคม อย่างเซเล็บออนไลน์ ก็จะรู้จักกันในหมู่สังคมออนไลน์) ที่นี้เรามาโฟกัสให้ลึกเข้าไปอีกนิดนึงกับการเป็นเซเล็บด้วยวิธี “คัดลอกข้อความของคนอื่นมาแปะใส่ Note เพิ่ม Filter นิดหน่อย ใส่ชื่อเจ้าของข้อความด้วย font 8pt แต่ใส่ชื่อเพจตัวเองเบ้อเร้อ แล้วอัพขึ้น Facebook Page” โดยรวมขอเรียกอาการนี้ว่า “พวกขี้ก๊อปแลก Like”  :handlike:

คำถามที่เกิดขึ้นคือ ทำไมถึงไปเรียกพวกเขาเหล่านั้นว่า “พวกขี้ก๊อปแลก Like” เราย้อนมาดูเรื่องการอ้างอิงข้อความกันก่อนว่า การให้เกียรติแก่ข้อความเจ้าของนั้นๆ หากเราอ่านหนังสือมากๆ จะเจอกับการอ้างอิงข้อความอยู่หลายแบบ ซึ่งหากเป็นการอ้างอิงข้อความในอินเตอร์เน็ท เมื่อคัดลอกข้อความเสร็จ ต้องทำการอ้างอิงจากลิ้งค์นั้นโดยตรง พร้อมเจ้าของบทความ ทีนี้มาดูการอ้างอิงข้อความใน Twitter บ้าง ถ้าหากเป็นการอ้างอิงข้อความใน Twitter นั้นๆ ลงในเว็บไซต์ของเรา Twitter ก็มีคำสั่งให้เรา Embed ข้อความนั้นๆ ลงไปในเว็บ ทำให้ไม่ต้องอ้างอิงอะไรอีก เช่น

ทีนี้ การคัดลอกข้อความในบาง Facebook Page ที่เกิดขึ้น มันเหมือนการไป Ctrl+C แล้วก็ Ctrl+V ของคนอื่นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วก็เอามาดัดแปลงนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็เซฟเป็นภาพ ถามว่า ในเมื่อเค้าใส่เครดิตเจ้าของข้อความให้ในภาพนั้นๆ แล้ว ทำไมไปเรียกว่าก๊อปอีก คำตอบคือ การใส่ # ตามด้วยชื่อ Twitter ไม่ถือว่าเป็นการอ้างอิงนะครับ ถึงแม้จะใส่ @ ก็ตาม แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีกว่า @ นี่มาจากเว็บไหน ตัวอย่างเช่น

558610_554034954636969_751408312_n

กรณีที่ร้ายกว่าคือ ให้เครดิตแล้ว ตัวก็ใหญ่พอสมควร แต่… ก็ยังจะมีการใส่ชื่อ Social Network ของตัวเองเข้าไปในภาพด้วย นอกจากภาพจะโดนแชร์เยอะแล้ว เจ้าของเพจก็ได้ประโยชน์ทางลัดกันเลยทีเดียว ซึ่งข้ามหัวไปเลยว่า ใครคือเจ้าของข้อความนั้นๆ  :h_cryno:

11786_474792359256306_2042697320_n

เครดิต : เพจกูมาก๊อป

และกรณีที่ร้ายที่สุดคือ Fanpage พวกนั้น ดันเปิดท้ายขายของหรือเปิดพื้นที่ให้มาโฆษณาในเพจได้ด้วย สรุป ไปเอาข้อความคนอื่นเค้ามาช่วยเรียกลูกค้าเข้าเพจ แถมได้ Like เพิ่มอีกตะหาก Win Win ทั้งเจ้าของ คนขายของและคนกด Like คน Share แต่ Lose ในแง่เจ้าของข้อความ

copy-like

จริงๆ เรื่องมันผิดตั้งแต่การนำข้อความเหล่านั้นมาทำให้มันกลายเป็นภาพแล้วละครับ การทำแบบนั้น มันเหมือนเป็นการสร้างสรรค์งานของตัวเองขึ้นมาโดยไปหยิบองค์ประกอบของคนอื่นมาโดยไม่ได้รับอนุญาตนั่นเอง เพื่อให้เรื่องนี้เข้าใจมากขึ้น ผมขอเชิญคุณฮัสกี้ (@JokerDeZ) ผู้คร่ำหวอดในวงการ Twitter ท่านหนึ่ง ได้อธิบายเรื่องนี้เป็นการ์ตูนให้ผู้อ่านได้เข้าใจนะครับ  :h_jongkrom:

cartoon_wee

น่าจะพอเข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมการนำข้อความมาเปลี่ยนเป็นภาพถึงเป็นเรื่องที่หลายๆ คนใน Twitter ถึงไม่ค่อยสบอารมณ์กับเหตุการณ์แบบนี้ ถึงจะมีคนมาเปรียบว่า “ถ้าไม่ชอบให้ก๊อป ก็อย่าเล่นเลย :h_bellbell: แล้วถ้าถามกลับไปว่า “เราก็เล่นอยู่ของเราดีๆ แล้วคุณก็เอาข้อความของเราไปซะดื้อๆ สรุปผิดที่เราเล่น Twitter หรือ ? :heukheuk: แม้ข้อความเหล่านี้เป็นสาธารณะ แต่ก็ไม่ไ่ด้ความหมายไม่มีเจ้าของนะครับ แล้วถ้ามีคำถามอีกว่า “ทำไมเราสามารถเอาข้อความในหนังสือมาแชร์ได้ แต่ข้อความบน Twitter ทำไมถึงเอามาแชร์แบบนี้ไม่ได้” ความหมายต่างกันครับ หนังสือคือการเผยแพร่อยู่แล้ว มีการจ่ายเงินอย่างถูกต้อง เราอุดหนุนเจ้าของงาน และเราสามารถนำข้อความพวกนั้นมาใช้เพียงแค่อ้างอิง แต่ข้อความใน Twitter มันไม่ได้มีการเผยแพร่เป็นหนังสือ ไม่มีการจำหน่าย ฉะนั้น เหตุการณ์นี้ จึงอยากให้เป็นเรื่องที่อยากให้ทุกๆ คนทั้ง Twitter และ Facebook User ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ลองคิดกันดูว่า เรื่องแบบนี้ควรจะมีทางแก้ไขได้อย่างไร ผมขอเสนอวิธีแก้ไขปัญหานี้คร่าวๆ คือ หากคนใน Facebook ชอบข้อความของคนใน Twitter ให้คุณ Capture ทวีตนั้นๆ มาเลย โดยไม่มีการดัดแปลงหรือแก้ไขอะไรทั้งสิ้น จากนั้นใส่ลิ้งค์ที่มาของข้อความนั้นๆ ให้ถูกต้องอีกนิดนึง จะใส่ในภาพหรือใส่ใน status ก็ได้ เช่น

12

ก็จะทำให้ครบทั้งเวลา ข้อความและเจ้าของข้อความ ที่สำคัญ หากใครผ่านไปผ่านมาเห็นข้อความนี้ใน Facebook แล้วเกิดชอบใจข้อความนี้จริงๆ เค้าก็จะตามไปกด RT ใน Twitter ให้ได้ด้วย (เผลอๆ ก็ได้ Follower เพิ่มอีกตะหาก :h_claponhead: ) ส่วนเรื่องการนำข้อความของผู้อื่นไปหา Like หรือหาเงินนั้น ถือว่าเป็นดุลพินิจของคนที่นำไปใช้นะครับ ต้องคิดหลายๆ มุมว่า คุณได้ผลประโยชน์จากชิ้นส่วนของคนอื่นโดยที่เค้าไม่ได้เงินเลยนั้น มันเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่ในสังคมออนไลน์แห่งนี้ ไม่ควรอ้างเหตุผลว่า คุณชอบข้อความนี้ ก็เลยอยากเอามาแบ่งปันให้คนอื่นรู้บ้าง ทั้งๆ ที่คุณต้องการผลประโยชน์อะไรบางอย่าง ฉะนั้น ฝากไปถึงใครก็ตามที่คิดจะเป็นเซเล็บเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างทางอ้อมด้วยวิธีการนี้ รวมไปถึงการนำผลงานของผู้อื่นจากที่อื่นๆ เช่น Youtube, Vimeo หรือเว็บคุณภาพต่างๆ ไปอัพไว้ใน Facebook Page ของตัวเองเพื่อเรียก Like ให้เพจตัวเอง หยุดการเป็น “พวกขี้ก๊อปแลก Like” เถอะครับ รู้จักการผลิต Content เจ๋งๆ ขึ้นมาด้วยตัวเองดีกว่า น่าภูมิใจกว่าเยอะ และทำให้สังคมนี้จะได้ไม่มีดราม่าให้จ่าพิชิตได้เขียนอีก  :h_hwahwahwa:

ของฝากก่อนอ่านจบ

ขอมอบทวิตภาพดีเด่นให้กับคุณ @lonccz กับภาพที่ว่า…

colors

เครดิต : https://twitter.com/lonccz/status/326608160511102976

Share.

About Author

ผมชื่อวี สวัสดีนะครับ • My Blog : http://blog.itsvee.in.th • Follow Me at Twitter : @vvkungx

Comments