All PostFacebookSocial Network

ภ๊ษ๊สก๊อยป์ : กร๊แษก๊รใช๊ภ๊ษ๊แปลกๆนั๊บ์ษ์ยโลกฮฮฯไลณ์ (ภาษาสก๊อย : กระแสการใช้ภาษาแปลกๆ ในโลกออนไลน์)

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเพจหนึ่งที่เป็นกระแสให้คนทั้งออกมาด่า และทั้งตลกการกับการเล่นคำ นั่นคือเพจ ษม่ค่ล์มนิ๋ญฒสก๊อย ทำให้กระแสของการพูดถึงเรื่องของภาษาแฟชั่นแบบภาษาสก๊อยนั้น มันจะมีผลกระทบอะไรต่อการใช้ภาษาหรือเปล่า

ภาษาสก๊อยคืออะไร ?

เรามาเริ่มภาษาสก๊อย 101 กัน สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าใจว่าภาษาสก๊อยคืออะไร เราต้องเข้าใจก่อนว่า “สก๊อย” แปลว่าอะไร ซึ่งสิ่งที่เพิ่งรู้เมื่อไปค้นข้อมูลก็เจอว่า ราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติศัพท์คำว่าสก๊อย ในคำพจนานุกรมคำใหม่ว่า

วัยรุ่นผู้หญิงที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเด็กแว้นในลักษณะกอดรัด มักนุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้นมาก ๆ

ที่มาของ ภาษาสก๊อยเกิดขึ้นในการเล่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอย่าง Hi5 ที่มีคนเล่นใช้คำที่เรียกว่าสก๊อย นิยามก็คือการเอาพยัญชนะและวรรณยุกต์มาเปลี่ยนหรือลดรูปจากรูปแบบเดิมเป็นรูปแบบใหม่ที่สามารถออกเสียงและให้ความหมายเดิม เช่นคำว่า นะจ๊ะ ก็ลดทอนให้เหลือเป็น น๊จ๊ เป็นต้น จึงเรียกการสะกดคำแบบนี้ว่า “ภาษาสก๊อย” จุดเริ่มต้นน่าจะมาจากการขี้เกียจสะกดคำยาวๆ เลยใช้คำที่พิมพ์ในคีย์บอร์ดได้เร็วๆ (เช่น จริงๆ เป็น จิงๆ, ทำไม เป็น ไม) และภาษาสก๊อยก็แตกแขนงไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

เมื่อภาษาสก๊อยบุกโลกออนไลน์

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดเพจที่ทำขึ้นล้อเลียนเล่นตลกการใช้ภาษาสก๊อย อย่างเพจ ษม่ค่ล์มนิ๋ญฒสก๊อย (อ่านว่า สมาคมนิยมสก๊อย) แค่ชื่อเพจก็มีประเด็นให้คนด่ากันแล้ว ชวนดราม่าดียิ่งนัก  แต่ก็มีคนเข้าไปกดไลค์ได้เป็นหมื่นเลยในเวลาไม่กี่สัปดาห์

ที่มาของภาพ : https://www.facebook.com/sowhateiei

จากนั้นมีบล็อกของ iannnnn เขียนบล๊อกเอาฮาว่า google translate แปลภาษาสก๊อย ได้แล้ว ซึ่งล้อเล่นนะครับ แต่ก็มีคนเชื่อเยอะ

ที่มาของภาพ : http://iannnnn.com/2012/842

แต่มันก็ดันกลายเป็นจริง เมื่อกระแสภาษาสก๊อยฮิตจนกระทั่งมีเครื่องมือให้เล่น โดยคุณ @narze , @dtinth@ncpeak  ได้ทำเว็บแปลงภาษาปกติเป็นภาษาสก๊อยด้วย ช่างสร้างสรรค์จริงๆครับ

และล่าสุดก็มีคนทำเว็บแปลงภาษาสก๊อยเป็นภาษาไทยขึ้นมา แต่ต้องอยู่ในฟอร์มของภาษาสก๊อยของทางเว็บนะ ไม่งั้นมันจะแปลไม่ออก

เห็นได้ว่ากระแสของภาษาสก๊อยนั้นถือว่าฮิตในช่วงนี้เลยครับ

สก๊อยในภาษาอื่น

คุณ Pong Khungurn ได้อธิบายถึงการดัดแปลงภาษาของภาษาต่างประเทศที่อื่นมาใช้ โดยที่ใกล้เคียงกับการใช้ภาษาสก๊อยในบ้านเรา ที่ญี่ปุ่น มีการแปลงภาษาสำหรับการพิมพ์ในมือถือ เรียกว่า “แกลโมจิ” (Gyaru-moji) ที่ดัดแปลงการพิมพ์จากรูปแบบภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานไปผสมตัวที่สัญลักษณ์หรือภาษาอื่น คล้ายๆกับภาษาสก๊อยเลย  หรือในภาษาอังกฤษที่มีภาษาลีท (Leet) ที่ผสมกันระหว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษกับสัญลักษณ์ เช่น คำว่า hELLO ก็เขียนว่า 07734 (อ่านกลับหัว) ซึ่งภาษาลีทนั้นกูเกิ้ลถึงกับมีภาษานี้ให้ค้นหาด้วยครับ

ภาษาสก๊อย เป็นปัญหาจริงๆ หรือ ?

สิ่งที่เราเห็นในการที่มีคนใช้ภาษาสก๊อยนั้น ก็จะมีทั้งคนที่เข้าไปตลกกับคำ และก็มีคนเข้าไปด่าทอตลอดเวลา แม้กระทั่งในบล๊อคที่ทำขึ้นเพื่อความตลกอย่าง iannnnn.com การยังมีคนไปดราม่ากัน และไม่ต้องสืบเลยครับว่าเพจ “ษม่ค่ล์มนิ๋ญฒสก๊อย” นั้นจะมีคนเข้าไปด่ามากขนาดไหน

ปัญหาที่คนมองว่าการใช้ภาษาสก๊อยนั้นไม่ดี ตรงที่ว่ามันอ่านลำบาก และมีคนกังวลว่ามันจะทำให้การใช้ภาษาของคนรุ่นใหม่มีการเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เด็กสะกดผิด และคนที่คิดมากกว่านั้นมองไปถึงว่าเป็นการล่มสลายของภาษากันเลยทีเดียว  นี่ยังไม่รวมการด่าทอแบบไร้เหตุอย่างหยาบคาย ซึ่งเราจะไม่นับในส่วนนี้เพราะเป็นแค่การแสดงอารมณ์ที่ไร้เหตุผล

คนที่เห็นต่างในเรื่องนี้ล่ะ มองอย่างไร? จากที่เข้าไปสอบถามพบว่า คนที่เห็นด้วยนั้นบอกว่าภาษาสก๊อยมันก็เป็นแค่กระแสการเล่นกับภาษา มันเป็นแฟชั่นชั่วคราว เป็นกระแสของวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่มีอะไรต้องตกใจ

หลายคนมองว่าภาษาเป็นพลวัตร คือมันสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่มันเข้าสู่สังคมและมีการใช้ ถ้ามันใช้ลำบากในการสื่อสาร ภาษาที่เกิดขึ้นใหม่นั้นก็จะตกไปเอง ไม่ต้องกังวล

ในแง่ของภาษาสก๊อยนั้น ผู้เขียนมองว่ามันมีทั้งแง่ของการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและภาษาเพื่อราชการ ในแง่ของการสื่อสารภาษาถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน ผู้เขียนมองว่า เมื่อเราใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร และสื่อสารกันเข้าใจแล้ว ย่อมถือว่าการสื่อสารเป็นไปได้อย่างเข้าใจ ส่วนในเรื่องของภาษาวิบัติ มองว่ามันเป็นเรื่องของการวิวัฒน์ของภาษามากกว่า เมื่อการใช้ภาษาใดที่ทำให้เข้าใจง่าย และสะดวก ก็ย่อมได้อยู่ต่อไป เหมือนแฟชั่น ถ้าเกิดคนในสังคมส่วนมากมองว่าภาษานี้มันยุ่งยาก อ่านลำบาก ใช้ลำบาก ภาษาเหล่านั้นก็จะตกไปและเสื่อมความนิยมไปเองโดยอัตโนมัติ

ปล่อยให้กระแสนั้นพัดพาไป เปิดใจและปล่อยให้เป็นตามกลไกของการเปลี่ยนแปลงครับ

***ข้อมูลเพิ่มเติมของบทความนี้ 

SHARE :
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
freeclub
the authorfreeclub
นานๆ จะแวะเข้ามา